Google+

ถ้าคุณได้ลองไปถามผู้หญิงสักคนว่าซุปเปอร์แบรนด์ไฮเอ็นระดับโลกแบรนด์ไหนที่เธออยากมีไว้ในครอบครอง แน่นอนว่าจะต้องมีแบรนด์ในตำนานอย่าง “CHANEL” ปรากฏอยู่ในใจเป็นลำดับต้นๆ … ด้วยดีไซน์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น หรูหรา มีสไตล์ ทำให้หญิงสาวทั่วโลกต่างใฝ่ฝั่นที่จะมีกระเป๋าหนังคาเวียร์ใบงาม หรือแจ็กเก็ตผ้าทวีตสุดคลาสสิคติดตู้กันไว้สักชิ้นสองชิ้น วันนี้แก้มเลยจะพาทุกคนไปเปิดตำนาน CHANEL แฟชั่นเฮ้าส์สุดคลาสิคจากฝรั่งเศสสู่ซุปเปอร์แบรนด์สุดหรูระดับโลก งานนี้บอกเลยว่าสายแฟไม่ควรพลาด!

 

แบรนด์ CHANEL ได้ถือกำเนิดและก่อตั้งโดยมาดาม Gabrielle Bonheur Chanel หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของ Coco Chanel ย้อนกลับไปในวัยเด็ก หลังจากแม่ของโคโค่เสียชีวิตลง โคโค่และพี่น้องได้ถูกพ่อแท้ๆ ทอดทิ้งจนต้องย้ายมาอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า โคโค่ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสโดยการใช้เวลาในสถานสงเคราะห์ศึกษาเล่าเรียนเรื่องการเย็บปักถักร้อย รวมถึงศึกษาเกี่ยวกับเนื้อผ้าและวัสดุต่างๆ จนเมื่อเติบใหญ่ โคโค่ได้เข้าทำงานในร้านขายเสื้อผ้าตอนอายุ 18 ปี และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการก่อตั้งแบรนด์ของเธอนั่นเอง

 

 

โคโค่ตั้งใจทำงานในร้านขายเสื้อผ้า ด้วยฝีมือและความขยันที่ค่อยๆ ผลักดันให้สาวคนนี้มีฐานะที่ดีขึ้นหลังจากที่ต้องขวนขวายเป็นอย่างมากในวัยเด็ก เธอค่อยๆ ปฏิวัติวงการแฟชั่นฝรั่งเศสแบบย่อมๆ ด้วยไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ของเธอ อย่างเช่นการแต่งตัวเป็นผู้ชายและการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าในลุคเท่ๆ แบบที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน จนวันนึงเธอได้พบกับ Etienne Balsan เศรษฐีทายาทธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเค้าคนนี้นี่เองที่ให้โอกาสโคโค่ได้ออกแบบหมวกให้กับเหล่าชนชั้นสูงของฝรั่งเศสจนสร้างชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่นั้นมา

 

จนวันนึงโคโค่ได้มารู้จักกับ Boy Chapel ชายชนชั้นสูงจากอังกฤษ ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแบรนด์ CHANEL ให้กับโคโค่ Chapel ได้ให้การสนับสนุนร้านหมวกสุดหรู Chanel Modes ของโคโค่ให้โด่งดัง หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มพัฒนาสินค้าของเธอให้หลากหลายขึ้น โดยการเริ่มออกแบบเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าถักทอทั่วๆ ไป

 

 

แต่ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและแปลกใหม่สำหรับเสื้อผ้าผู้หญิง อย่างเช่น เสื้อเชิ๊ด กางเกงผ้าลินิน และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ร้านของโคโค่ขายดีมากจนสามารถเปิดกิจการ The House of CHANEL ได้ถึง 2 ร้านทั้งที่ Deauville และที่ถนน Cambon ในนครปารีส จนในที่สุดเธอจึงได้ลงทะเบียนเปิดห้องเสื้อ Haute Couture เป็นกูตูริเยร์อย่างเป็นทางการ

 

 

ในขณะที่กราฟชีวิตของโคโค่ค่อยๆ พุ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งหมดก็ถูกเบรคลงด้วยข่าวการเสียชีวิตของ Boy Chapel ชาวหนุ่มคนรักคู่บุญของเธอ ครั้งนั้นโคโค่เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมากกับการจากไปของชาเปล และในที่สุดเธอได้กลับมาพลิกผันชีวิตให้แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้งด้วยการดีไซน์และพัฒนาผลงานใหม่ๆ โดยการใช้ไอเดียของเธอ ผสมผสานจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เรียกได้ว่าในตอนนั้น Chanel คือแฟชั่นแบรนด์ที่ครอบคลุมและครบครันทุกอย่างสำหรับผู้หญิง เพราะมีทั้งหมวก เสื้อผ้า และน้ำหอมชื่อดังในตำนานอย่าง Chanel No.5 

 

 

แบรนด์ของเธอได้พัฒนาเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ผลงานของเธอฮอตฮิตมากทั้งเสื้อสูทเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ที่ยังคงฮิตมาถึงปัจจุบัน รวมถึงชุดเดรสสีดำเข้ารูปในตำนาน ทั้ง 2 สิ่งนี้กลายเป็น Iconic item ที่เรียกได้ว่ากาลเวลาก็ทำอะไรทั้ง 2 สิ่งนี้ไม่ได้ 

 

 

แต่แล้วก็เกิดจุดหักเหทางประวัติศาสตร์ขึ้น เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้แบรนด์ CHANEL ต้องปิดร้านไป ในขณะนั้นโคโค่ได้คบหาดูใจกับ Hans Gunther ทหารหนุ่มชาวเยอรมัน จนเมื่อจบสงครามเธอได้ถูกเนรเทศไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ถึง 8 ปี ก่อนที่จะกลับมายังฝรั่งเศสอีกครั้ง เธอได้เปิดร้านที่ถนน Cambon อีกรอบหนึ่ง ร้านได้ถูกเนรมิตและตกแต่งใหม่เพื่อขายน้ำหอมและเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นใหม่ของโคโค่อย่างจริงจัง ในขณะนั้นแบรนด์ได้เปลี่ยนจาก Fashion House มาเป็นแบรนด์ธุรกิจที่ทำกำไรแบบเต็มตัว และในเมื่อมีผู้บริหารด้านธุรกิจมาดูแลกิจการ เธอจึงมีเวลาในการออกแบบอย่างเต็มที่ จนในที่สุดก็ได้กำเนิดกระเป๋าคลาสสิคในตำนานที่มีชื่อเรียกว่า ‘“2.55” และนั่นกลายเป็นภาพจำที่คนยังนึกถึงอยู่เมื่อพูดถึงคำว่า CHANEL 

 

 

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของโคโค่ เธอยังคงรังสรรค์ผลงานดีไซน์อย่าง “ชุดผ้าทวีต” อีกหนึ่งไอเท็มที่ทุกวันนี้ยังคงฮอตฮิตในทุกๆ ฤดูกาล จนเมื่อเธอจากไป แบรนด์ CHANEL ก็ยังไม่ได้หยุดพัฒนา แบรนด์ CHANEL ยังได้รับการดูแลและต่อยอดธุรกิจจนกำเนิดเป็น CHANEL Cosmetics และดีไซน์ต่างๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างตัวล็อครูป CC ไขว้ และกระเป๋าชื่อดังอย่าง CHANEL BOY ก็รับได้รับดีไซน์และดูแลต่อมาด้วยฝีมือของ Karl Lagerfeld ดีไซเนอร์อัจฉริยะซึ่งถึงแม้ว่าวันนี้คาร์ลจะจากพวกเราไปแล้ว แต่ความเป็นอมตะ ดีไซน์ที่คลาสสิค และสไตล์ของแบรนด์ CHANEL และกลิ่นอาบของความเป็น Coco Chanel ก็จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป


 

 

“A GIRL SHOULD BE TWO THINGS, CLASSY AND FABULOUS” - Coco Chanel

 

Credit :

https://www.vogue.co.th/lifestyle/article/thanud.co

https://www.voicetv.co.th/read/99212

 

Stories
 Back to Top