Google+

เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้กระแสรักษ์โลกนั้นเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่ภาคธุรกิจและองค์กรใหญ่ๆ ต่างงดการแจกถุงพลาสติกและรณรงค์ให้คนหันมาใช้ถุงผ้ากันมากขึ้น, การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการใช้น้ำมันและการปล่อยมลพิษสู่อากาศ หรือแม้แต่การที่ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มหันมารีไซเคิลขยะกันมากขึ้น สิ่งเหล่านี้นี่เอง คือ สิ่งที่คนทุกคนบนโลกเริ่มเล็งเห็นถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติและโลกมากยิ่งขึ้น

 

    

แบรนด์ ReReef ก่อตัวขึ้นจากการเข้าร่วมกระแสการรักษ์โลกในครั้งนี้ผ่านการผลิตสินค้ารักษ์โลกและคำนึงถึงเรื่องของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยจุดเริ่มต้นของแบรนด์ ReReef นี้มาจาก “เพชร มโนปวิตร และ “กรณิศ ตันอังสนากุล” 2 เจ้าของแบรนด์ที่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก่อน จึงทำให้เห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในอนาคต ทั้ง 2 คนจึงคิดถึงวิธีการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและความคิดของผู้คนให้หันมารักษ์โลกมากยิ่งขึ้น โดยพวกเขาเริ่มจากการเขียนบทความให้ความรู้เรื่องครีมกันแดดที่มีส่วนผสมที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของปะการัง โดยบทความดังกล่าวเมื่อถูกเผยแพร่ออกไปแล้วก็มีคนแชร์มากมาย เขาพบว่าบทความนี้ทำให้คน 'ตระหนักรู้' แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คน 'เปลี่ยน' มาใช้ครีมกันแดดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีใครผลิตครีมกันแดดรักษ์โลกขึ้นมา

 

 

จากแนวคิดนี้เองทำให้พวกเขาพัฒนาครีมกันแดดที่ผลิตโดยคนไทยในราคาเบาๆ ที่ทำให้ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ ต่างจากของนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง โดยพวกเขาได้คิดค้นสูตรกันอยู่นานจนผลิตออกมาเป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ 100% ปราศจากสารฟอกขาว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และปะการัง 

 

 

โดยครีมกันแดดรักษ์โลกนั้น นับว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมเพราะในช่วงที่คิดค้นและผลิตครีมกันแดดอยู่นั้น พวกเขาได้ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวผลิตสินค้ารักษ์โลกอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น หลอดทางเลือกเพื่อทำให้ผู้คนลดการใช้หลอดพลาสติก พวกเขาได้ผลิตหลอดซิลิโคน หลอดสแตนเลส และหลอดแก้ว เพื่อให้ผู้คนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาใส่ใจปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติกรวมไปถึงปัญหาขยะล้นโลกมากยิ่งขึ้น

 

และหลังจากพวกเขาได้วางตำแหน่งของแบรนด์ ReReef ว่าเป็นแบรนด์ผู้ผลิตสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้วนั้น ไอเดียในการคิดค้นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกใหม่ๆ ก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด โดยผลิตภัณฑ์ชิ้นที่ 3 ที่ทางแบรนด์ผลิตออกมาจำหน่ายก็คือ “ถุงซิลิโคน” ซึ่งเป็นถุงแบบซิปล็อค สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทนทาน สามารถบรรจุเนื้อสัตว์ ผัก และอาหารได้ดีแทนการใช้ถุงหรือกล่องพลาสติก นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังคงเดินหน้าผลิตสินค้ารักษ์โลกอื่นๆ ออกมาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟันรักษ์โลกที่ผลิตจากไม้ไผ่แทนพลาสติก, คอตตอนบัตไม้ไผ่ รวมถึงยังมีแพลนที่จะผลิตสบู่ แชมพู โลชั่น แลน้ำยาชำระล้างต่างๆ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบการระบายน้ำและแหล่งน้ำสาธารณะอีกด้วย

 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ReReef มีจำหน่ายทางออนไลน์และออฟไลน์ตามร้านค้าที่เน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมกระจายอยู่หลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต ปัตตานี ตรัง กระบี่ รวมถึงยังมีโรงแรมที่มัลดีฟหลายแห่งได้นำครีมกันแดดไปจำหน่ายแทนครีมกันแดดเดิม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของโรงแรมว่ามีความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยครีมกันแดดจากแบรนด์ ReReef ก็มีจำหน่ายที่บิวตี้นิสต้าของเราเช่นเดียวกันค่ะ 

 

 

 

 

“การที่เราจะทำให้ผู้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเราก็ต้องมีตัวเลือกให้พวกเขาด้วย บางครั้งผู้คนอยากเปลี่ยนแต่กลับไม่มีสินค้าที่ตอบโจทย์ ดังนั้น ReReef จึงนำโจทย์ดังกล่าวมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้ผู้บริโภคซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา แต่ขณะเดียวกันปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก็ใกล้ตัวเข้ามาทุกทีทำให้ผลิตภัณฑ์ ReReef เริ่มเข้าไปมีบทบาทในชีวิตของผู้คนมากขึ้น” - เจ้าของแบรนด์ Brand Rereef

 

 

Credit : MgrOnline

Photo Credit : GMM Live


Stories
 Back to Top