Google+

หลายวันที่ผ่านมานี้ แก้มเชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็น #SaveRalph ขึ้นเต็มฟีดในทุกๆ โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Instagram หรือ Twitter ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจในตัวของ #SaveRalph จนเกิดเป็น Social Movement เล็กๆ ขึ้นให้คนตระหนักถึง “ความสวยที่เราเลือกได้” อย่างการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ … 

 

เอาล่ะ! วันนี้แก้มจะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงประเด็นของ #SaveRalph ว่ามันคืออะไร, มี Social Movement อะไรที่ตามมา รวมถึงข่าวคราวดราม่าที่มีความเห็นต่างอย่างน่าสนใจ ถ้าพร้อมแล้วตามไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

 

 

#SaveRalph คืออะไร?

 

    #SaveRalph คือหนังสั้นในรูปแบบแอนิเมชั่นที่พูดถึงเรื่องราวของ “ราล์ฟ” (Ralph) กระต่ายตัวหนึ่งที่ทำงานอยู่ในโรงงานทดลองสัตว์ โดยราล์ฟได้รับบทเป็นกระต่ายทดลองส่วนผสมต่างๆ ก่อนที่มนุษย์จะนำส่วนผสมนั้นมาผลิตเป็นเครื่องสำอางเสริมความงามต่างๆ ที่เราใช้กันในปัจจุบัน

 

    เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยการให้ราล์ฟมานั่งเล่าชีวิตของเขาว่าต้องพบเจออะไรมาบ้างจากการทดลองนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เค้าตาบอดหนึ่งข้าง, มีปัญหาทางด้านการได้ยิน รวมไปถึงการเป็นโรคผิวหนังอักเสบ สืบเนื่องมาจากการได้รับสารเคมีต่างๆ ในการทดลองของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดความเจ็บปวดและเกิดเป็นผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของราล์ฟเป็นอย่างมาก อีกทั้งราล์ฟยังบอกว่ามีเพื่อนและครอบครัวของเค้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทดลองเช่นนี้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

 

    ก่อนจะจบเรื่อง ราล์ฟได้ทิ้งท้ายบอกกับผู้ชมว่า เขาเกิดเป็นกระต่าย ไม่ใช่สัตว์ชั้นสูงดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นการทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ชั้นสูงกว่าก็ถือเป็นหน้าที่ที่กระต่ายอย่างเขาสมควรทำ ซึ่งบทนี้สร้างความสะท้อนใจให้เกิดขึ้นในใจของคนดูซึ่งเป็นมนุษย์อย่างเราๆ เป็นอย่างมาก

 

 

    นอกจากนั้นภายในเรื่องราวของ #SaveRalph ยังแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทดลองกับสัตว์ทดลองที่มนุษย์นำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ จนกระต่ายทดลองพวกนี้เกิดอาการบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้ 

 

การเกิด Social Movement หลังกระแส #SaveRalph มาแรง!

 

    หลังการปล่อยหนังสั้นเรื่องนี้ออกมา แน่นอนว่าจิตใจของคนรักสัตว์และมนุษย์หลายๆ คนย่อมต้องเกิดความรู้สึกผิดต่อเพื่อนร่วมโลกของเราเป็นอย่างมากที่ชีวิตทั้งชีวิตของพวกเค้าต้องถูกนำมารับใช้มนุษย์อย่างเลือกไม่ได้ จึงเกิดเป็น “การเคลื่อนไหวของกระแสสังคม” (Social Movement) ขึ้นมา #SaveRalph ทะยานขึ้นติดเทรนด์ใน Twitter และโซเชียลมีเดียต่างๆ จนขึ้นเป็นอันดับต้นๆ หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างให้ความสนใจในกระแสนี้ขึ้นเป็นอย่างมาก จนเกิดการสนับสนุนให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง ที่ “ไม่ใช้สัตว์ทดลอง” ในการผลิตสินค้า หรือที่เราเรียกกันว่า “Cruelty-Free Product” นั่นเอง

 

Cruelty-Free Product คืออะไร?

 

    Cruelty-Free Product คือ ผลิตภัณฑ์เสริมความงามทั้งสกินแคร์และเครื่องสำอางที่ปราศจากการทดลองกับสัตว์ ซึ่งถือว่าเป็นกระแสที่ผู้บริโภคหลายคนเริ่มตั้งคำถามกับตัวแบรนด์และพยายามมองหาแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสัตว์มากขึ้น หลายๆ แบรนด์จึงตอบรับผู้บริโภคโดยประกาศจุดยืนว่าเป็นสินค้า Cruelty-Free 100% แต่ถึงอย่างไรก็ตามการทำ Cruelty-Free ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของกฏหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากบางประเทศมีการกำหนดเอาไว้ว่า การนำเข้าสินค้าเสริมความงามต่างๆ นั้นจำเป็นที่จะต้องทำการทดลองกับสัตว์ก่อนที่จะนำมาจำหน่ายในประเทศได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของมนุษย์ 

 

    ส่วนการมองหาสินค้า Cruelty-Free นั้น แก้มแนะนำให้เราสังเกตและมองหาฉลากรูปกระต่ายที่เขียนว่า “Not tested on animal” หรือ “Cruelty-Free” นั่นเอง

 

    ซึ่งถ้าหากใครสนใจและอยากสนับสนุนแบรนด์ที่เป็น Cruelty-Free ทาง Beautynista ของเราก็มีวางขายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Pixi, Thayers, SKIN1004 หรือแม้แต่ Huxley เองก็ถือว่าเป็นแบรนด์ Cruelty-Free ค่ะ ใครที่อยากใช้สินค้าที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ สามารถกด Add to Cart เพื่อสนับสนุนแบรนด์ได้เลย!

 

-44%
0000000000023550
฿499
฿890

-28%
0000000000024272
฿499
฿690

 

มุมมองอีกด้านจากกระแสดราม่า #SaveRalph ที่อยากให้คนรู้

 

    แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ไม่ได้มีด้านเดียวเสมอไป หลังกระแส #SaveRalph เกิดขึ้นจนคนบนโลกได้หันมาสนใจเรื่องของการสนับสนุนแบรนด์ที่ไม่ทำการทดลองกับสัตว์ เป็นสินค้า Cruelty-Free 100% ในมุมมองอีกด้านหนึ่งของคนทำงานในแล็บที่ทำการทดลองกับสัตว์ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดต่อการทำงานของแล็บทดลองว่าจะโหดร้ายและทารุณกรรมสัตว์เหมือนอย่างที่หนัง #SaveRalph นำเสนอ! 

 

เพราะในความเป็นจริงแล้ว นักทดลองนั้นได้ดูแลและเลี้ยงดูปูเสื่อสัตว์ที่นำมาทดลองเป็นอย่างดี เนื่องจากสุขภาพและความเป็นอยู่ของสัตว์ทดลองนั้นส่งผลโดยตรงกับผลการทดลองต่างๆ ทำให้พวกเค้าต้องดูแลสัตว์อย่างทะนุถนอม ไม่ทำให้สัตว์เกิดความเครียด และการทดลองนั้นก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่เราๆ เข้าใจกัน พวกเค้าต้องระวังไม่ให้สัตว์เกิดอาการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากการทดลองต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสัตว์นั้นก็มีกฏหมายควบคุมอยู่เช่นเดียวกัน และพวกเค้าก็รักสัตว์ไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ 

 

จากสิ่งที่เค้าชี้แจงนั้น เค้าไม่ได้ต้องการเปลี่ยนใจใครให้ใช้สินค้าที่ทดลองหรือไม่ทดลองกับสัตว์ แต่เค้าแค่อยากนำเสนอถึงอีกมุมมองนึงและอยากให้คนทั่วๆ ไปได้เข้าใจถึงวิธีการทำงานที่แท้จริงว่ามันไม่ได้โหดร้ายและน่ากลัวอย่างที่สื่อนำเสนอจริงๆ

 

    แน่นอนว่าเรื่องนี้เปรียบเสมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน อยู่ที่ว่าใครจะมองมุมไหน และการเลือกสนับสนุนแบรนด์สินค้าที่มีจุดยืนที่ต่างกันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองการตัดสินใจของคนแต่ละคนว่าจะมองเรื่องนี้ในด้านใด ส่วนตัวแก้มก็มี 1 ด้านที่อยู่ในใจแล้ว แล้วคุณล่ะเลือกที่จะอยู่ด้านไหนของเรื่องนี้กันคะ?

 

Stories
 Back to Top